SOS-SIP-T30P:IP Phone เครื่องรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน
เอกสารที่เกี่ยวข้อง สเปค คุณสมบัติ คู่มือ
-หน้าจอ LCD
-พอร์ต 2× RJ45 Fast Ethernet
-โปรโตคอล SIP 2.0
-Codec G.722, G.711(A/U), G.729 ฯลฯ
-USB รองรับ Headset USB
-ฟีเจอร์ Call Waiting, Transfer, Hold
-เหมาะงาน จุดศูนย์รับแจ้งเหตุ (Emergency Call Center)
-min.png)
ทำไมต้องเลือกใช้ IP Phone สำหรับระบบแจ้งเหตุและระบบ SOS
1. ความเสถียรและเสียงคมชัด (HD Voice)
IP Phone คุณภาพสูงอย่าง Dinstar C60 Series มาพร้อมระบบ HD Voice ทำให้การสื่อสารในภาวะฉุกเฉินชัดเจนแม้มีเสียงรบกวน
2. รองรับระบบ intercom และ SIP
ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อศูนย์ควบคุมผ่าน PBX ได้อย่างง่ายดาย
3. ติดตั้งง่าย ใช้ร่วมกับ LAN เดิมได้เลย
ไม่จำเป็นต้องเดินสายใหม่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและลดระยะเวลาในการติดตั้ง
ระบบ SOS สำหรับงานแจ้งเหตุฉุกเฉินด้วย IP Phone แบบมืออาชีพ
ในยุคที่ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กร อาคาร โรงงาน และสาธารณสถาน การมี ระบบ SOS และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ที่เชื่อถือได้จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในโซลูชันที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือการใช้ IP Phone มาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ SOS IP Phone เพื่อกดปุ่มแจ้งเหตุไปยังศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ ซึ่งตอบโจทย์ความเร็ว ความเสถียร และความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง
ต่อไปนี้คือบทความเชิงลึก ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจระบบนี้แบบครบถ้วน พร้อมข้อดี ข้อเปรียบเทียบ และตัวอย่างอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับนำไปใช้งานจริง
ภาพรวมของระบบ SOS และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน
ความหมายของระบบ SOS ในงานความปลอดภัย
ระบบ SOS คือระบบที่ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถกดปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเหตุไฟไหม้ อุบัติเหตุ การล้ม การถูกทำร้าย หรือเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุมแบบอัตโนมัติ
บทบาทของ IP Phone ในระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินยุคใหม่
ในหลายองค์กรเริ่มดัดแปลง IP Phone แบบ SIP ให้ทำหน้าที่เป็น Emergency Intercom หรือจุดกด SOS เนื่องจากมีคุณสมบัติรองรับระบบเสียง HD, รองรับ SIP Server, มีปุ่มปรับแต่งได้ และสามารถทำงานร่วมกับระบบ intercom ได้ทันที
ประโยชน์ของการใช้ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่าน IP Phone
-
ลดเวลาเข้าถึงเหตุการณ์
-
สื่อสารได้แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
-
รองรับการขยายระบบในอนาคต
-
ใช้ร่วมกับระบบ intercom และระบบแจ้งเตือน SOS ได้อย่างครบวงจร
แนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะกับระบบ SOS – T30P
คุณสมบัติเด่นของ T30P
หน้าจอชัดเจน เหมาะกับการตั้งเป็นจุด SOS
รองรับ SIP 2.0
ปุ่มตั้งค่า (Soft Keys) สำหรับตั้งค่าปุ่ม SOS ได้
รองรับ PoE ช่วยลดจำนวนสายไฟ
หน้าจอชัดเจน เหมาะกับการตั้งเป็นจุด SOS
รองรับ SIP 2.0
ปุ่มตั้งค่า (Soft Keys) สำหรับตั้งค่าปุ่ม SOS ได้
รองรับ PoE ช่วยลดจำนวนสายไฟ
คุณสมบัติเด่นของ T30P
ความคมชัดระดับ HD Voice
ฟังก์ชันครบสำหรับงาน intercom
ใช้งานร่วมกับระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ราบรื่น
ความคมชัดระดับ HD Voice
ฟังก์ชันครบสำหรับงาน intercom
ใช้งานร่วมกับระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ราบรื่น
การใช้ร่วมกับปุ่มฉุกเฉิน
สามารถตั้งค่าให้ปุ่มใดปุ่มหนึ่งทำการโทรออกไปยังเบอร์ฉุกเฉิน เช่น ศูนย์ รปภ., ห้องควบคุม, Call Center หรือเบอร์ภายในองค์กร
บทสรุป
SOS-SIP-T30P เป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับองค์กรที่ต้องการติดตั้ง ระบบ SOS, ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน, ระบบ intercom หรือ ระบบอินเตอร์คอม แบบมืออาชีพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยง และทำให้องค์กรสามารถตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
วิธีออกแบบระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินด้วย IP Phone
1. วางตำแหน่งจุด SOS ให้ครอบคลุมพื้นที่
เช่น หน้าลิฟต์, จุดเสี่ยง, ลานจอดรถ, โกดัง, สำนักงาน
2. เชื่อมต่อเข้ากับศูนย์รับแจ้งเหตุหลัก
ศูนย์ควบคุมอาจเป็น
Security Room
Control Center
Operator หรือ Call Center
3. ทดสอบระบบเป็นประจำ
ควรทดสอบทุกเดือนเพื่อความพร้อมใช้งาน
คำถามที่พบบ่อย
1. ระบบ SOS ใช้ร่วมกับ IP Phone ได้จริงหรือไม่?
ได้ IP Phone ที่รองรับ SIP เช่น T30P สามารถตั้งให้เป็นปุ่มกด SOS ได้ทันที
2. ระบบ intercom ต้องราคาแพงหรือไม่?
ไม่จำเป็น ราคาขึ้นกับจำนวนจุดและชนิดอุปกรณ์
3. ใช้ระบบ intercom ไร้สายแทนได้ไหม?
เหมาะในพื้นที่ที่เดินสาย LAN ไม่สะดวก
4. ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินจำเป็นในอาคารไหม?
จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ โรงงาน หรือพื้นที่สาธารณะ
5. ปุ่ม SOS กดแล้วเชื่อมต่อที่ไหน?
สามารถตั้งให้โทรเข้าศูนย์ รปภ., Call Center หรือเบอร์พิเศษได้
6. IP Phone แบบไหนเหมาะกับงานฉุกเฉินที่สุด?
รุ่นที่รองรับ SIP, HD Voice และมีปุ่มตั้งค่าพิเศษ